ดาวเทียมสำรวจโลกของญี่ปุ่นถูกส่งขึ้นสู่วงโคจรได้สำเร็จในช่วงเช้ามืดของวันที่ 6 สิงหาคม 2026 หลังจากต้องเลื่อนกำหนดการปล่อยออกไปนาน 5 สัปดาห์ ดาวเทียมดวงดังกล่าวเป็น ดาวเทียมเรดาร์ ของบริษัท iQPS ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในกรุงโตเกียว โดยถูกส่งขึ้นสู่อวกาศด้วยจรวด Electron ของ Rocket Lab จากฐานปล่อยในประเทศนิวซีแลนด์ เมื่อเวลา 05:18 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ (09:18 GMT หรือ 21:18 น. ตามเวลาท้องถิ่น)

ภารกิจครั้งนี้ถือเป็น ความพยายามครั้งที่สอง หลังจาก Rocket Lab เคยพยายามปล่อยจรวดเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน แต่ต้อง ยกเลิกการปล่อยในวินาทีสุดท้าย (Abort) ก่อนการทะยานขึ้น ขณะที่บริษัทยังไม่ได้เปิดเผยสาเหตุของการยกเลิกภารกิจในครั้งนั้น

ภารกิจในเช้าวันนี้ ซึ่ง Rocket Lab ใช้ชื่อว่า “The Grain Goddess Provides” ดำเนินไปอย่างราบรื่นและประสบความสำเร็จตามแผน จรวด Electron สามารถส่งดาวเทียมของ iQPS เข้าสู่วงโคจรเป้าหมายที่ระดับความสูงประมาณ 357 ไมล์ (575 กิโลเมตร) เหนือพื้นโลกได้สำเร็จ ตามที่ Rocket Lab ประกาศผ่านแพลตฟอร์ม X

ดาวเทียมดวงนี้มีชื่อว่า QPS-SAR-13 หรือ MIKURA-I ซึ่งตั้งชื่อตาม เทพีแห่งความอุดมสมบูรณ์และความมั่งคั่งของญี่ปุ่น โดยจะทำหน้าที่สำรวจโลกด้วยเทคโนโลยี เรดาร์สังเคราะห์ช่องรับภาพ (Synthetic Aperture Radar: SAR) ความละเอียดสูง ซึ่งสามารถ ถ่ายภาพทะลุเมฆได้ และปฏิบัติงานได้ทั้ง กลางวันและกลางคืน

บริษัท iQPS กำลังพัฒนาเครือข่าย กลุ่มดาวเทียม (Constellation) ที่ประกอบด้วย ดาวเทียมเรดาร์ SAR จำนวน 36 ดวง ใน วงโคจรต่ำของโลก (Low Earth Orbit: LEO) โดย จรวด Electron ของ Rocket Lab จะทำหน้าที่เป็นพาหนะหลักในการส่งดาวเทียมของโครงการนี้ขึ้นสู่อวกาศ และภารกิจ “The Grain Goddess Provides” ถือเป็น เที่ยวบินลำดับที่ 8 จากทั้งหมด 15 ภารกิจ ที่ Rocket Lab จะดำเนินการ เพื่อสนับสนุนการสร้างเครือข่ายดาวเทียมดังกล่าวให้แล้วเสร็จ

A closeup of the Electron’s nine first-stage Rutherford engines in action on Aug. 6, 2026. (Image credit: Rocket Lab)

ภารกิจในวันนี้นับเป็น เที่ยวบินลำดับที่ 92 ของ Rocket Lab นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท และเป็น ภารกิจที่ 13 ของปี 2026 เที่ยวบินส่วนใหญ่ของ Rocket Lab ดำเนินการด้วย Electron ซึ่งเป็นจรวดขนาดเล็กสูง 59 ฟุต (18 เมตร) และถือเป็นจรวดหลักของบริษัทสำหรับการส่งดาวเทียมขนาดเล็กขึ้นสู่อวกาศ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีภารกิจจำนวนเพิ่มขึ้นที่ใช้ HASTE ซึ่งเป็น จรวดรุ่นดัดแปลงของ Electron สำหรับการบินแบบกึ่งวงโคจร (Suborbital) เพื่อให้ลูกค้าสามารถทดสอบเทคโนโลยีในสภาพแวดล้อมการบิน ความเร็วเหนือเสียง (Hypersonic Flight)

นอกจากนี้ ความถี่ของการปล่อย HASTE อาจเพิ่มขึ้นในอนาคตอันใกล้ หลังจาก Rocket Lab ลงนามใน สัญญามูลค่า 266 ล้านดอลลาร์สหรัฐ กับ กองทัพอวกาศสหรัฐฯ (U.S. Space Force) เพื่อดำเนิน ภารกิจทดสอบระบบป้องกันขีปนาวุธแบบกึ่งวงโคจร (Suborbital Missile Defense Missions) สูงสุด 18 ภารกิจ ภารกิจส่วนใหญ่จะดำเนินการจาก รัฐอะแลสกา ซึ่งจะกลายเป็น ฐานปล่อยจรวดแห่งใหม่ของ Rocket Lab สำหรับภารกิจลักษณะดังกล่าว

เรียบเรียง : ทีมงาน Thai Aerospace
วันศุกร์ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ.2569

ที่มาของข่าวและภาพ
https://www.space.com/space-exploration/launches-spacecraft/rocket-lab-launches-japanese-earth-observing-satellite-after-5-week-delay-video-photos


ขอขอบคุณมา ณ ที่นี้

Previous articleอีลอน มัสก์เผย SpaceX เตรียมปล่อย Starship เที่ยวบินถัดไปภายในเดือนนี้ พร้อมทดสอบรับยานกลับ

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here