SpaceX กำลังเดินหน้าเข้าใกล้ หมุดหมายสำคัญในการปล่อยจรวด Falcon 9 ครบ 700 ภารกิจ ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในเดือน กันยายน
หลังจากการปล่อยจรวดเที่ยวแรกของวันจาก Space Coast รัฐฟลอริดา ผ่านไปเพียง 12 ชั่วโมงกว่า ๆ SpaceX ก็เดินหน้าภารกิจต่อเนื่องด้วยการส่ง ดาวเทียมอินเทอร์เน็ต Starlink ชุดที่สองของวัน ขึ้นสู่วงโคจร โดยครั้งนี้จรวดถูกปล่อยจาก ฐานปล่อยของ SpaceX ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ภารกิจดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความสามารถของ SpaceX ในการ ดำเนินการปล่อยจรวดหลายภารกิจภายในวันเดียวจากฐานปล่อยคนละฝั่งของสหรัฐฯ เพื่อเดินหน้าขยายเครือข่ายดาวเทียม Starlink อย่างต่อเนื่อง
จรวด Falcon 9 ของ SpaceX ทะยานขึ้นจาก ฐานทัพอวกาศแวนเดนเบิร์ก (Vandenberg Space Force Base) เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2026 เวลา 12:46 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ (03:46 GMT หรือ 21:46 น. ตามเวลาท้องถิ่น) ภารกิจครั้งนี้มีชื่อว่า Starlink Group 17-49 โดยจรวดบรรทุก ดาวเทียมอินเทอร์เน็ต Starlink จำนวน 24 ดวง ขึ้นสู่ วงโคจรต่ำของโลก (Low Earth Orbit: LEO) เพื่อเข้าร่วมกับเครือข่าย Starlink ของ SpaceX ที่กำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และปัจจุบันมีดาวเทียมอยู่ในเครือข่ายมากกว่า 10,000 ดวง
ประมาณ 8 นาทีครึ่งหลังจากจรวดทะยานออกจากฐานปล่อย จรวดท่อนแรกของ Falcon 9 หรือ Booster 1103 (B1103) สามารถกลับมาลงจอดได้สำเร็จบนเรือโดรน “Of Course I Still Love You” ของ SpaceX ซึ่งประจำการอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก การปล่อยครั้งนี้ถือเป็น เที่ยวบินครั้งที่ 5 ของบูสเตอร์ B1103 แสดงให้เห็นถึงความสามารถของ SpaceX ในการนำจรวดท่อนแรกกลับมาใช้ซ้ำในหลายภารกิจ

นอกจากภารกิจครั้งนี้จะเป็น ภารกิจ Starlink ครั้งที่ 3 ของบูสเตอร์ B1103 แล้ว จรวดท่อนแรกดังกล่าวยังเคยถูกใช้ในภารกิจสำคัญด้าน ความมั่นคงและการป้องกันประเทศของสหรัฐฯ อีกด้วย ก่อนหน้านี้ B1103 เคยทำหน้าที่ปล่อยภารกิจ NROL-179 รวมถึงภารกิจ SDA-T1TL-E ซึ่งเป็นภารกิจที่สนับสนุนขีดความสามารถด้านอวกาศและ การป้องกันประเทศของสหรัฐอเมริกา
หลังจากแยกตัวออกจาก จรวดท่อนแรกของ Falcon 9 แล้ว จรวดท่อนที่สองได้เดินทางต่อไปยัง วงโคจรต่ำของโลก (Low Earth Orbit: LEO) เพื่อทำหน้าที่นำส่งดาวเทียม Starlink ประมาณ 1 ชั่วโมงหลังจากการปล่อยจรวด จรวดท่อนที่สองสามารถนำส่ง ดาวเทียม Starlink ทั้ง 24 ดวงเข้าสู่วงโคจร ได้ตามแผน
การปล่อยจรวดในวันนี้ถือเป็น ภารกิจปล่อย Falcon 9 ครั้งที่ 94 ของปีนี้ โดยในจำนวนดังกล่าวมีถึง 73 ภารกิจ ที่ทำหน้าที่นำส่งดาวเทียม Starlink ชุดต่าง ๆ ขึ้นสู่วงโคจร เพื่อเดินหน้าขยายเครือข่ายดาวเทียมของ SpaceX อย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน Starlink ถือเป็นเครือข่ายกลุ่มดาวเทียม (Satellite Constellation) ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีการสร้างขึ้น และ SpaceX ยังคงทยอยส่งดาวเทียมชุดใหม่ขึ้นไปเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถและพื้นที่ครอบคลุมของเครือข่าย
ปัจจุบันเครือข่าย Starlink มีดาวเทียมที่ยังใช้งานอยู่มากกว่า 10,900 ดวง ตามข้อมูลของ โจนาธาน แมคโดเวลล์ (Jonathan McDowell) นักฟิสิกส์ดาราศาสตร์ผู้ติดตามข้อมูลวัตถุและดาวเทียมในวงโคจร
อย่างไรก็ตาม SpaceX มีแผนที่จะสร้าง เครือข่ายดาวเทียมขนาดใหญ่กว่านี้อีกมาก โดยบริษัทได้ยื่นเรื่องเพื่อขออนุญาตดำเนินงานดาวเทียม Starlink V3 จำนวน 100,000 ดวง ซึ่งเป็นดาวเทียมรุ่นใหม่ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นและมีขีดความสามารถสูงกว่าดาวเทียม Starlink รุ่นปัจจุบัน นอกจากนี้ อีลอน มัสก์ (Elon Musk) ซีอีโอของ SpaceX ยังเปิดเผยถึงความตั้งใจที่จะส่ง ดาวเทียมศูนย์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์ (AI Data Center Satellites) จำนวนมากถึง 1 ล้านดวง ขึ้นสู่วงโคจรรอบโลก เพื่อรองรับโครงสร้างพื้นฐานด้านการประมวลผล AI ในอวกาศในอนาคต
เรียบเรียง : ทีมงาน Thai Aerospace
วันพฤหัสบดี ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ.2569
ที่มาของข่าวและภาพ
https://www.space.com/space-exploration/launches-spacecraft/spacex-starlink-group-17-49-b1103-asog
ขอขอบคุณมา ณ ที่นี้








