เราทุกคนคงต้องรออย่างน้อยอีกหนึ่งวัน เพื่อจะได้เห็นจรวดที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่เคยสร้างขึ้นทะยานสู่ท้องฟ้า — รวมถึงนักร้องเจ้าของเพลง “Starships” อย่าง Nicki Minaj ด้วย

SpaceX พยายามปล่อยจรวด Starship V3 รุ่นใหม่ล่าสุดเป็นครั้งแรกในเย็นวันพุธที่ 21 พฤษภาคม 2026 จากฐาน Starbase ทางตอนใต้ของรัฐเท็กซัส อย่างไรก็ตาม ปัญหาทางเทคนิคเกิดขึ้นในช่วงท้ายของการนับถอยหลัง และ SpaceX ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ทันเวลา ส่งผลให้ Starship V3 ไม่สามารถปล่อยตัวขึ้นบินได้ตามแผน

“เรากำลังเรียนรู้เกี่ยวกับระบบเหล่านี้เป็นอย่างมาก เพราะนี่คือการใช้งานครั้งแรก และเราไม่สามารถแก้ไขปัญหาทั้งหมดได้ทันในช่วงไม่กี่วินาทีสุดท้ายก่อนการปล่อย” Dan Huot จากฝ่ายสื่อสารของ SpaceX กล่าวระหว่างการถ่ายทอดสดภารกิจในวันนี้

SpaceX’s first upgraded Starship V3 rocket got stuck at the T-40 seconds mark during its first launch attempt on May 21, 2026 in Starbase, Texas, even with the support of “Starships” singer Nicki Minaj, who was attending her first launch. (Image credit: SpaceX via Canva)

“โดยพื้นฐานแล้ว สิ่งนี้ทำให้มันกลายเป็นการซ้อมใหญ่แบบ Wet Dress Rehearsal” เขากล่าวเพิ่มเติม โดยอ้างถึงการทดสอบเติมเชื้อเพลิงก่อนปล่อยที่ใช้กันทั่วไป “เราได้เติมเชื้อเพลิงให้ยานทั้งระบบครบสมบูรณ์แล้ว และตอนนี้เราจะใช้เวลาในการตรวจสอบว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาก่อนการปล่อย จากนั้นจึงกลับมาพยายามทำการบินจริงอีกครั้งในวันพรุ่งนี้”

จากคำกล่าวดังกล่าว แสดงให้เห็นว่าโอกาสปล่อยครั้งถัดไปเร็วที่สุดคือ เย็นวันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม 2026 ซึ่งมีแนวโน้มจะใช้ช่วงเวลาเดียวกับความพยายามในวันนี้ นั่นคือระหว่าง 18:30–20:00 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ (22:30–00:00 GMT)

การยกเลิกภารกิจในครั้งนี้สร้างความผิดหวังให้กับแฟนอวกาศจำนวนไม่น้อย รวมถึง Nicki Minaj ที่เดินทางมาร่วมชมความพยายามปล่อยจรวดที่ฐาน Starbase ด้วยตนเอง

“นี่คือประวัติศาสตร์ นี่คือช่วงเวลาสำคัญมากทุกคน” Minaj กล่าวระหว่างการถ่ายทอดสดของ SpaceX พร้อมเสริมว่านี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เธอได้มาชมการปล่อยจรวดด้วยตนเอง

สำหรับการร่วมชมภารกิจครั้งนี้ Minaj สวมเสื้อยืด SpaceX Starship และกล่าวว่า “ฉันชอบเสื้อตัวนี้มาก และชื่อนี้ก็ดีมากด้วย — Starship!” ซึ่งมีความเชื่อมโยงที่น่าสนใจ เพราะหนึ่งในเพลงที่มีชื่อเสียงที่สุดของเธอคือ “Starships” จากอัลบั้ม “Pink Friday: Roman Reloaded” ที่เปิดตัวในปี 2012 นั่นเอง

จรวด Electron ที่มีความสูง 59 ฟุต (18 เมตร) ถูกออกแบบมาเพื่อส่งดาวเทียมขนาดเล็กขึ้นสู่วงโคจรรอบโลกและภารกิจในอวกาศอื่น ๆ โดยเฉพาะ จรวดรุ่นนี้เริ่มต้นบินทดสอบครั้งแรกในเดือนพฤษภาคม ปี 2017 และจนถึงปัจจุบันได้ขึ้นบินไปแล้ว 77 ครั้ง

SpaceX’s first Starship V3 megarocket on the pad on May 21, 2026. (Image credit: SpaceX)

Starship เป็นยานอวกาศแบบ นำกลับมาใช้ซ้ำได้ทั้งหมด (fully reusable) ซึ่งประกอบด้วย 2 ส่วนหลัก ได้แก่ บูสเตอร์ขนาดยักษ์ที่ชื่อ Super Heavy และยานอวกาศส่วนบนที่เรียกว่า Starship หรือเรียกสั้น ๆ ว่า Ship

SpaceX กำลังพัฒนา Starship เพื่อสนับสนุนเป้าหมายระยะยาวของบริษัท ไม่ว่าจะเป็นการช่วยให้มนุษยชาติสามารถตั้งถิ่นฐานบนดวงจันทร์และดาวอังคาร การส่งดาวเทียมในเครือข่าย Starlink ขึ้นสู่วงโคจรให้สมบูรณ์ รวมถึงรองรับภารกิจอวกาศเกือบทุกประเภทที่บริษัทต้องการดำเนินการในอนาคตของการสำรวจอวกาศด้วย

อย่างไรก็ตาม จรวดขนาดยักษ์ลำนี้ยังคงอยู่ในช่วงการพัฒนา โดย Starship เปิดตัวครั้งแรกในเดือนเมษายน ปี 2023 และหลังจากนั้นได้ทำการบินทดสอบเพิ่มเติมอีก 10 ครั้ง ซึ่งทั้งหมดเป็นเที่ยวบินแบบกึ่งวงโคจร (Suborbital) เที่ยวบินครั้งถัดไปจะถือเป็น ภารกิจลำดับที่ 12 ของโครงการ Starship แต่จะเป็นการบินครั้งแรกของ Starship V3 (Version 3) ซึ่งเป็นการปรับปรุงครั้งใหญ่ที่ออกแบบมาเพื่อพายานเข้าใกล้การใช้งานจริงมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังถือเป็นการปล่อยครั้งแรกจาก Pad 2 ของฐาน Starbase ซึ่งได้รับการอัปเกรดหลายด้านจากฐานปล่อยเดิมด้วยเช่นกัน

Elon Musk ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ SpaceX ระบุว่า V3 เป็น Starship รุ่นแรกที่มีความสามารถรองรับภารกิจไปยังดวงจันทร์และดาวอังคารได้จริง และหากทุกอย่างเป็นไปตามแผน ยานรุ่นนี้จะถูกใช้ในภารกิจ Artemis 3 ของ NASA ซึ่งเป็นการทดสอบเชื่อมต่อยานในวงโคจรโลกช่วงกลางถึงปลายปี 2027 นอกจากนี้ Starship V3 ยังถูกวางแผนให้เป็นยานที่จะนำส่งนักบินอวกาศลงจอดบนพื้นผิวดวงจันทร์ในภารกิจ Artemis 4 ช่วงปลายปี 2028 อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ภารกิจเหล่านี้ยังมีการแข่งขันอยู่ เนื่องจาก NASA กำลังพิจารณาใช้ยาน Blue Moon ของ Blue Origin เช่นกัน และมีแนวโน้มว่าจะเลือกยานที่พร้อมใช้งานได้ก่อน แม้ก่อนหน้านี้หน่วยงานจะระบุว่า ยานลงจอดทั้งสองลำอาจถูกนำมาใช้ในภารกิจ Artemis 3 พร้อมกันก็ตาม

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา SpaceX ยังได้ประกาศแผนเที่ยวบินทดสอบพร้อมลูกเรือที่ทะเยอทะยานยิ่งขึ้นสำหรับ Starship นั่นคือ ภารกิจเดินทางสู่ดาวอังคารโดยภาคเอกชนครั้งแรกของโลก

ในวิดีโอที่เผยแพร่ SpaceX ระบุว่า Chun Wang มหาเศรษฐีสายคริปโท ผู้สนับสนุนภารกิจอวกาศส่วนตัวแบบบินผ่านขั้วโลกด้วยยาน Dragon Fram2 เมื่อปี 2025 จะเป็นผู้นำภารกิจบินเฉียดดาวอังคาร (Mars Flyby) ในอนาคต

“นี่จะเป็นภารกิจบินผ่านดาวอังคาร” Wang กล่าว “หลายคนพูดถึงดาวอังคาร เราชอบดาวอังคาร เราจะลงจอดบนดาวอังคาร เราจะสร้างเมืองบนดาวอังคาร แต่เราควรเริ่มต้นจากการบินผ่านมันก่อน”

หลายครั้งในวันนี้ดูเหมือนว่าการปล่อยจรวดใกล้จะเกิดขึ้นจริง โดยนาฬิกานับถอยหลังเดินทางไปถึงจุดหยุดอัตโนมัติที่ T-40 วินาที ก่อนจะเดินหน้าต่อผ่านจุดดังกล่าวหลายครั้ง แต่ท้ายที่สุดกลับเกิดปัญหาขึ้นและทำให้ระบบต้องรีเซ็ตใหม่ โดยหนึ่งในปัญหาที่เกิดขึ้นเกี่ยวข้องกับ ระบบเบี่ยงน้ำใต้ฐานปล่อยจรวด (water diverter) ตามคำอธิบายของ Huot

SpaceX ตัดสินใจยกเลิกการปล่อยภารกิจในเวลาประมาณ 19:37 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ (23:37 GMT) แม้ในตอนนั้นยังเหลือเวลาในช่วงหน้าต่างปล่อยอีกมากกว่า 20 นาที แต่ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่เวลา

Huot อธิบายว่า SpaceX สามารถหยุดการนับถอยหลังที่ T-40 วินาที ได้เพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น เพราะหลังจากนั้นอุณหภูมิของเชื้อเพลิงจะเริ่มสูงขึ้นมากเกินไป จนไม่สามารถรักษาสภาพที่เหมาะสมสำหรับการปล่อยจรวดได้ตามมาตรฐานอีกต่อไป

เรียบเรียง : ทีมงาน Thai Aerospace
วันศุกร์ ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ.2569

ที่มาของข่าวและภาพ
https://www.space.com/space-exploration/launches-spacecraft/spacexs-1st-starship-v3-megarocket-launch-scrubbed-at-last-minute-sorry-nicki-minaj


ขอขอบคุณมา ณ ที่นี้

Previous articleRocket Lab เตรียมปล่อยดาวเทียมสำรวจโลกของญี่ปุ่น 22 พฤษภาคมนี้

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here