Rocket Lab สร้างสถิติใหม่ในการปล่อยจรวดตอบสนองภารกิจทางทหารของกองทัพอวกาศสหรัฐฯ หลังใช้เวลาเพียง 16 ชั่วโมง 42 นาที ตั้งแต่ได้รับคำสั่งปล่อยจนสามารถส่งยานอวกาศของภารกิจ Victus Haze ขึ้นสู่วงโคจรได้สำเร็จ

สถิติดังกล่าวทำลายสถิติเดิมของภารกิจ Victus Nox ที่ Firefly Aerospace เคยทำไว้เมื่อปี 2023 ลงมากกว่า 10 ชั่วโมง สะท้อนถึงแนวคิด Tactically Responsive Space (TacRS) ซึ่งมุ่งเน้นความสามารถในการส่งดาวเทียมหรือยานอวกาศขึ้นปฏิบัติภารกิจได้อย่างรวดเร็วในกรณีเกิดภัยคุกคามหรือเหตุการณ์ฉุกเฉินด้านอวกาศ

ภารกิจครั้งนี้ถูกออกแบบให้จำลองสถานการณ์ความมั่นคงในวงโคจรที่อาจเกิดขึ้นจริง เพื่อทดสอบความพร้อมของอุตสาหกรรมอวกาศสหรัฐฯ ในการตอบสนองต่อเหตุการณ์ที่ต้องการการส่งยานขึ้นสู่อวกาศภายในเวลาอันสั้นที่สุด

Rocket Lab’s Electron rocket launched on Friday (June 19) at 6:19 a.m. EDT (1019 GMT, 10:19 p.m., local time), from Rocket Lab’s Launch Complex-1, in New Zealand. (Image credit: Rocket Lab)

จรวด Electron ของ Rocket Lab ได้นำส่งยานอวกาศ Pioneer ซึ่งพัฒนาโดยบริษัทเอง ขึ้นสู่วงโคจรต่ำของโลก (LEO) ได้สำเร็จ โดยขณะนี้ยานได้เริ่มภารกิจติดตามยานอวกาศอีกลำหนึ่งในโครงการ Victus Haze แล้ว ยานเป้าหมายดังกล่าวคือดาวเทียม Jackal ของ True Anomaly ซึ่งถูกส่งขึ้นสู่อวกาศโดย SpaceX เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เพื่อทำหน้าที่เป็นเป้าหมายในการสาธิตภารกิจครั้งนี้

Rocket Lab ระบุในแถลงการณ์เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2026 ว่า ยาน Pioneer ได้ผ่านกระบวนการตรวจสอบและเปิดใช้งานระบบทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว และกำลังดำเนินการปรับเปลี่ยนวงโคจรที่มีความซับซ้อน เพื่อเข้าใกล้ยานอวกาศอีกลำหนึ่งในวงโคจรและดำเนินภารกิจ Rendezvous and Proximity Operations (RPO) หรือการปฏิบัติการเข้าประชิดและเคลื่อนที่ในระยะใกล้กับวัตถุอวกาศ ภารกิจ Victus Haze เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Tactically Responsive Space (TacRS) ซึ่งบริหารโดยสำนักงาน Space Safari Program Office ภายใต้ Space Systems Command โดยมีเป้าหมายเพื่อสาธิตความสามารถในการจัดหา ปล่อย และปฏิบัติการยานอวกาศอย่างรวดเร็ว เพื่อตอบสนองต่อภัยคุกคามในวงโคจร รวมถึงการติดตามและรับมือกับดาวเทียมที่มีพฤติกรรมผิดปกติ หรือที่เรียกว่า “Non-Compliant Satellites” ภารกิจดังกล่าวถือเป็นอีกก้าวสำคัญของกองทัพอวกาศสหรัฐฯ ในการพัฒนาขีดความสามารถด้านการเฝ้าระวังและตอบสนองต่อสถานการณ์ด้านความมั่นคงในอวกาศได้อย่างทันท่วงที

กองทัพอวกาศสหรัฐฯ ระบุว่า ภารกิจ Victus Haze ไม่ได้เป็นเพียงการทดสอบความสามารถในการปล่อยจรวดอย่างรวดเร็วเท่านั้น แต่ยังเป็นการพิสูจน์ศักยภาพในการส่งยานขึ้นสู่วงโคจร เปิดใช้งานระบบ และเริ่มปฏิบัติการเข้าประชิดวัตถุเป้าหมายได้ภายในเวลาไม่ถึง 72 ชั่วโมง

หลังจากนี้ ยาน Pioneer ของ Rocket Lab และดาวเทียม Jackal ของ True Anomaly จะเข้าสู่การทดสอบ RPO อย่างเต็มรูปแบบ โดยจำลองสถานการณ์ด้านความมั่นคงในอวกาศ เช่น การตรวจจับและติดตามวัตถุที่น่าสงสัย การประเมินภัยคุกคามในวงโคจร และการตอบสนองต่อเหตุการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อสินทรัพย์อวกาศของสหรัฐฯ ภารกิจดังกล่าวสะท้อนถึงความสำคัญที่เพิ่มขึ้นของการปฏิบัติการในอวกาศยุคใหม่ ซึ่งความสามารถในการเข้าถึงวงโคจรได้อย่างรวดเร็วและปฏิบัติภารกิจใกล้วัตถุเป้าหมายอย่างแม่นยำ กำลังกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญของการแข่งขันด้านอวกาศและความมั่นคงระดับโลก

เจ้าหน้าที่ของ United States Space Force หันมาให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับภาคเอกชนมากขึ้น เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีและขีดความสามารถใหม่ ๆ สำหรับรับมือกับความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นในอวกาศ

พันเอก Bryon McClain รักษาการผู้บริหารฝ่ายจัดหายุทโธปกรณ์ของกองทัพอวกาศสหรัฐฯ กล่าวว่า

“ภารกิจ Victus Haze จะเป็นอีกบทพิสูจน์สำคัญถึงความพร้อมของเราในการพึ่งพาพันธมิตรภาคเอกชน เพื่อสกัดกั้น รบกวน และตอบโต้ความได้เปรียบของฝ่ายตรงข้าม ไม่ว่าพวกเขาจะพยายามปฏิบัติการอยู่ในส่วนใดของอวกาศก็ตาม”

ด้วยการที่ทั้งจรวด Electron และยานอวกาศ Pioneer ถูกออกแบบและผลิตโดย Rocket Lab ภายใต้กระบวนการผลิตแบบครบวงจร (Vertical Integration) ภารกิจ Victus Haze จึงกลายเป็นภารกิจ TacRS ครั้งแรกที่ดำเนินการโดยผู้รับเหมาหลักเพียงรายเดียว ซึ่งรับผิดชอบทั้งการสร้างยานอวกาศ การจัดหาจรวดส่ง และการควบคุมปฏิบัติการในวงโคจร

ด้าน Peter Beck ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Rocket Lab กล่าวว่า

“นี่คือภาพสะท้อนของอำนาจอวกาศยุคใหม่ — ความสามารถในการเสริมสร้างและปรับโฉมโครงสร้างพื้นฐานด้านความมั่นคงอวกาศของชาติได้ตามต้องการ เราภูมิใจที่ได้ส่งมอบขีดความสามารถด้านอวกาศแห่งอนาคตให้กับประเทศตั้งแต่วันนี้”

เรียบเรียง : ทีมงาน Thai Aerospace
วันพุธ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ.2569

ที่มาของข่าวและภาพ
https://www.space.com/space-exploration/launches-spacecraft/rocket-lab-launches-us-space-force-mission-with-less-than-17-hours-notice-a-new-record


ขอขอบคุณมา ณ ที่นี้

Previous articleจีนอาจปล่อยวัตถุลึกลับจากเครื่องบินอวกาศ ระหว่างปฏิบัติภารกิจในวงโคจร

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here