SpaceX ประสบความสำเร็จในการปล่อยดาวเทียมสื่อสารแบบ Direct-to-Cell ขนาดยักษ์จำนวน 3 ดวงจากชายฝั่งอวกาศของรัฐฟลอริดาในเช้าวันที่ 17 มิถุนายน 2026

จรวด Falcon 9 ซึ่งบรรทุกดาวเทียม BlueBird ของ AST SpaceMobile จำนวน 3 ดวง ได้ทะยานขึ้นจาก Cape Canaveral Space Force Station เมื่อเวลา 02:39 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ (06:39 GMT)

ประมาณ 8 นาทีครึ่งหลังการปล่อย บูสเตอร์ขั้นแรกของจรวดได้กลับสู่โลกและลงจอดอย่างปลอดภัยบนเรือโดรนอัตโนมัติ A Shortfall of Gravitas ในมหาสมุทรแอตแลนติก โดยภารกิจครั้งนี้นับเป็นการปล่อยและลงจอดครั้งที่ 29 ของบูสเตอร์ลำดังกล่าว ตามข้อมูลภารกิจของ SpaceX

หลังจากนั้นทุกอย่างก็เป็นไปตามแผนที่วางไว้ โดยจรวดขั้นที่สองของ Falcon 9 ได้ปล่อยดาวเทียม BlueBird 8, BlueBird 9 และ BlueBird 10 เข้าสู่วงโคจรต่ำของโลก (LEO) ได้สำเร็จประมาณ 1 ชั่วโมงหลังการปล่อยจรวด โดย SpaceX ยืนยันความสำเร็จของภารกิจผ่านแพลตฟอร์ม X

AST SpaceMobile กำลังพัฒนาเครือข่ายดาวเทียมในวงโคจรต่ำของโลก (LEO) เพื่อให้บริการอินเทอร์เน็ตและการสื่อสารส่งตรงถึงโทรศัพท์มือถือโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์รับสัญญาณพิเศษ ก่อนภารกิจในวันนี้ บริษัทได้ส่งดาวเทียมขึ้นสู่อวกาศแล้วทั้งหมด 7 ดวง โดยภารกิจล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 19 เมษายนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการปล่อยดาวเทียม BlueBird 7 ด้วยจรวด New Glenn ของ Blue Origin ในเที่ยวบินที่ 3 ของจรวดรุ่นดังกล่าว

The first stage of a SpaceX Falcon 9 rocket rests on the deck of a ship at sea shortly after launching three AST SpaceMobile BlueBird satellites on June 17, 2026. (Image credit: SpaceX)

ดาวเทียม BlueBird 7 ถือเป็นดาวเทียมรุ่นใหม่ (Next-Generation) ดวงที่ 2 ของ AST SpaceMobile ที่ถูกส่งขึ้นสู่อวกาศ ต่อจาก BlueBird 6 ซึ่งสามารถเข้าสู่วงโคจรต่ำของโลก (LEO) ได้สำเร็จด้วยจรวด LVM3 ของอินเดีย เมื่อเดือนธันวาคม 2025

ดาวเทียม BlueBird รุ่นใหม่ของ AST SpaceMobile ติดตั้งแผงเสาอากาศที่สามารถกางออกได้มีพื้นที่เกือบ 2,400 ตารางฟุต (223 ตารางเมตร) ซึ่งใหญ่กว่าระบบสื่อสารเชิงพาณิชย์ใด ๆ ที่เคยถูกนำไปใช้งานในอวกาศ แม้ดาวเทียม BlueBird รุ่นแรกจะมีขนาดไม่ธรรมดาเช่นกัน โดยมีพื้นที่แผงเสาอากาศ 693 ตารางฟุต (64.4 ตารางเมตร) แต่ก็ยังเล็กกว่ารุ่นใหม่อย่างมาก

การปล่อยจรวดในวันนี้ได้นำส่งดาวเทียม BlueBird 8, BlueBird 9 และ BlueBird 10 ขึ้นสู่วงโคจร ส่งผลให้จำนวนดาวเทียม BlueBird รุ่นใหม่ที่ปฏิบัติงานอยู่ในวงโคจรต่ำของโลก (LEO) เพิ่มขึ้นเป็น 4 เท่า จากเดิม

AST SpaceMobile’s BlueBird 8, BlueBird 9 and BlueBird 10 satellites are seen stacked, prior to integration on their SpaceX Falcon 9 rocket. The company has blurred out some details of the spacecraft. (Image credit: AST SpaceMobile)

“การปล่อยจรวดครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญ ขณะที่เรายังคงเดินหน้าในการขยายเครือข่ายบรอดแบนด์มือถือผ่านอวกาศของเรา” Scott Wisniewski ประธานของ AST SpaceMobile กล่าวในแถลงการณ์เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2026

“ดาวเทียม BlueBird ทุกดวงที่ถูกส่งขึ้นสู่อวกาศ จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถของเราในการให้บริการบรอดแบนด์มือถือผ่านอวกาศที่เชื่อมต่อโดยตรงกับสมาร์ตโฟนทั่วไปได้อย่างราบรื่น” Scott Wisniewski กล่าวเพิ่มเติม

หมายเหตุจากบรรณาธิการ: บทความนี้ได้รับการอัปเดตครั้งแรกเมื่อเวลา 02:50 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ (ET) ของวันที่ 17 มิถุนายน 2026 เพื่อเพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับความสำเร็จของการปล่อยจรวดและการลงจอดของบูสเตอร์ และได้รับการอัปเดตอีกครั้งเมื่อเวลา 12:40 น. ET เพื่อเพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับการปล่อยดาวเทียมเข้าสู่วงโคจรสำเร็จ

เรียบเรียง : ทีมงาน Thai Aerospace
วันพฤหัสบดี ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ.2569

ที่มาของข่าวและภาพ
https://www.space.com/space-exploration/launches-spacecraft/spacex-falcon-9-bluebird-8-to-10-direct-to-cell-launch


ขอขอบคุณมา ณ ที่นี้

Previous articleAriane 6 ลุยภารกิจประวัติศาสตร์ บรรทุกดาวเทียม Amazon หนักที่สุดเท่าที่เคยมีมา
Next articleAriane 6 สร้างสถิติใหม่ ส่งดาวเทียม Amazon 36 ดวงขึ้นสู่วงโคจร

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here