SpaceX ส่งดาวเทียม Starlink เพิ่มอีก 24 ดวง ขึ้นสู่วงโคจรเมื่อวันเสาร์ ที่ 25 กรกฎาคม 2026 เพียง 1 วัน หลังจากสาธิตความสามารถในการปล่อยดาวเทียมลักษณะเดียวกันด้วยจรวดรุ่นใหม่ Starship ได้สำเร็จ
ภารกิจดังกล่าวใช้จรวด Falcon 9 นำส่งดาวเทียม Starlink กลุ่ม 17-51 โดยทะยานขึ้นจาก ฐานปล่อย Space Launch Complex 4 East (SLC-4E) ณ ฐานทัพอวกาศแวนเดนเบิร์ก (Vandenberg Space Force Base) รัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อเวลา 11:51 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ (15:21 GMT หรือ 08:51 น. ตามเวลาท้องถิ่น) ประมาณ 1 ชั่วโมงหลังการปล่อย ดาวเทียมอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง Starlink จำนวน 24 ดวง ได้แยกตัวจากจรวดและเข้าสู่วงโคจรต่ำของโลก (Low Earth Orbit: LEO) ได้สำเร็จตามแผน
การปล่อยจรวดครั้งนี้ถือเป็น เที่ยวบินที่ 8 ของจรวดท่อนแรก Falcon 9 (Booster B1100) ซึ่งสามารถกลับมาลงจอดได้สำเร็จบนเรือโดรน “Of Course I Still Love You” (OCISLY) ที่ประจำการอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก
ความสำเร็จของภารกิจครั้งนี้ทำให้จำนวน ดาวเทียม Starlink ที่ปฏิบัติการอยู่ในวงโคจร เพิ่มเป็น 10,865 ดวง ตามข้อมูลของ โจนาธาน แมคโดเวลล์ (Jonathan McDowell) นักติดตามและวิเคราะห์ข้อมูลดาวเทียม
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้เพียง 1 วัน จำนวนดาวเทียม Starlink เคยสูงกว่านี้ 20 ดวง เป็นเวลาประมาณ 20 นาที ระหว่างที่ SpaceX ดำเนินการ ทดสอบการปล่อยและการปฏิบัติงานของดาวเทียม ในภารกิจทดสอบ Starship Flight 13 ดาวเทียมทั้ง 20 ดวง ที่ปล่อยจาก Starship ในเที่ยวบินทดสอบดังกล่าว ไม่ได้เข้าสู่วงโคจรถาวร แต่ถูกปล่อยในเส้นทางบินแบบ กึ่งวงโคจร (Suborbital) ก่อนตกกลับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลกและเผาไหม้ตามแผน จึงทำให้จำนวนดาวเทียม Starlink ที่ใช้งานจริงกลับมาอยู่ที่ 10,865 ดวง หลังภารกิจ Falcon 9 ครั้งล่าสุด
แม้ว่าภารกิจทดสอบ Starship Flight 13 จะถูกออกแบบให้เป็นการทดสอบระยะสั้น แต่ก็ประสบความสำเร็จในการเก็บรวบรวมข้อมูลสำคัญ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการตัดสินใจของ NASA ในการนำเทคโนโลยีและระบบที่เกี่ยวข้องกับ Starship ไปใช้กับภารกิจ Artemis III ที่มีกำหนดส่งนักบินอวกาศขึ้นสู่ วงโคจรต่ำของโลก (Low Earth Orbit: LEO) ในปีหน้า ส่วนภารกิจปล่อยดาวเทียม Starlink เมื่อวันเสาร์ ถือเป็น เที่ยวบินที่ 87 ของจรวด Falcon 9 ที่ SpaceX ปฏิบัติการในปีนี้
หมายเหตุ: ประโยคต้นฉบับที่ระบุว่า “fly Starlink systems on its Artemis III crewed mission to LEO” มีความกำกวม เนื่องจากภารกิจ Artemis III ตามแผนของ NASA เป็นภารกิจเดินทางไปดวงจันทร์ ไม่ใช่ภารกิจสู่วงโคจรต่ำของโลก (LEO) และไม่ได้ใช้ “ระบบ Starlink” โดยตรง จึงมีความเป็นไปได้ว่าข้อความในบทความต้นฉบับมีการใช้ถ้อยคำคลาดเคลื่อนหรืออ้างอิงถึงการทดสอบเทคโนโลยีของ Starship มากกว่าระบบ Starlink เอง
เรียบเรียง : ทีมงาน Thai Aerospace
วันพฤหัสบดี ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ.2569
ที่มาของข่าวและภาพ
https://www.space.com/space-exploration/launches-spacecraft/spacex-starlink-17-51-b1100-vsfb-ocisly
ขอขอบคุณมา ณ ที่นี้








