SpaceX ประสบความสำเร็จในการทดสอบขั้นตอนสำคัญอีกครั้ง เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการบินทดสอบครั้งที่ 15 ของยานอวกาศ Starship ซึ่งคาดว่าจะเป็นอีกหนึ่งภารกิจสำคัญของโครงการพัฒนายานอวกาศดังกล่าว บริษัทได้ดำเนินการทดสอบจุดเครื่องยนต์ขณะยานอยู่กับที่ (Static Fire Test) ของยาน Starship ส่วนบน (Upper Stage) เมื่อวันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม และวันอังคารที่ 27 ตุลาคม 2026 โดยจุดเครื่องยนต์ Raptor ขณะที่ยาน Ship 42 ยังคงถูกยึดตรึงอยู่กับฐานทดสอบภาคพื้นดิน

เมื่อวันพุธที่ 28 ตุลาคม 2026 SpaceX ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอการทดสอบผ่านแพลตฟอร์ม X พร้อมระบุว่า

“การทดสอบจุดเครื่องยนต์ขณะอยู่กับที่ของ Ship 42 เสร็จสมบูรณ์แล้ว โดยยาน Starship ที่เตรียมใช้สำหรับการบินทดสอบ Flight 15 ได้ดำเนินการทดสอบจุดเครื่องยนต์ Raptor ทั้ง 6 เครื่องพร้อมกันตามระยะเวลาที่กำหนด (Full-Duration Static Fire) และทดสอบจุดเครื่องยนต์ Raptor จำนวน 1 เครื่อง เพื่อจำลองการจุดเครื่องยนต์สำหรับลดระดับวงโคจร (Deorbit Burn) ก่อนกลับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลก”

SpaceX conducts a six-engine static fire test with its Flight 15 Starship upper stage on Oct. 27, 2026. (Image credit: SpaceX)

การทดสอบ Ship 42 ครั้งนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องจากความสำเร็จในการทดสอบจุดเครื่องยนต์ทั้ง 33 เครื่องของ Booster 22 ซึ่งเป็นจรวดท่อนแรก Super Heavy ของระบบ Starship ที่จะใช้ในภารกิจ Flight 15 ส่งผลให้การเตรียมความพร้อมสำหรับการบินทดสอบครั้งที่ 15 ยังคงเป็นไปตามแผน โดย Elon Musk ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ SpaceX ระบุว่า บริษัทตั้งเป้าดำเนินการปล่อยยานภายในเดือนพฤศจิกายนนี้

แม้ว่าการปล่อยยาน Starship ทุกครั้งจะได้รับความสนใจอย่างมาก แต่การทดสอบครั้งนี้ถือว่าน่าจับตามองเป็นพิเศษ เนื่องจาก Musk เปิดเผยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า SpaceX มีแผนพยายามรับกลับทั้งยาน Starship ส่วนบน (Ship) และจรวดท่อนแรก Super Heavy ในภารกิจ Flight 15 ซึ่งหากดำเนินการได้สำเร็จ จะนับเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญของเทคโนโลยีจรวดนำกลับมาใช้ใหม่ ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวยังขึ้นอยู่กับการได้รับอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง

การรับกลับจรวดและยานอวกาศดังกล่าวจะดำเนินการโดยใช้แขนกลขนาดใหญ่ที่เรียกว่า “Chopsticks” ซึ่งติดตั้งอยู่บนหอปล่อยจรวด ณ ฐาน Starbase ศูนย์กลางการผลิตและปล่อยยาน Starship ของ SpaceX ทางตอนใต้ของรัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา โดยที่ผ่านมา บริษัทประสบความสำเร็จในการใช้แขนกลรับกลับจรวดท่อนแรก Super Heavy แล้ว 3 ครั้ง จากภารกิจทดสอบ Starship แต่ยังไม่เคยพยายามใช้ระบบดังกล่าวรับกลับยาน Starship ส่วนบน (Ship) หากทุกอย่างเป็นไปตามแผน การใช้แขนกล Chopsticks รับกลับทั้งจรวด Super Heavy และยาน Ship จะกลายเป็นขั้นตอนมาตรฐานสำหรับการปล่อยยาน Starship ในภารกิจปฏิบัติการจริง โดย SpaceX ระบุว่า แนวทางการนำจรวดและยานอวกาศกลับมาใช้ใหม่นี้จะช่วยลดระยะเวลาในการเตรียมความพร้อมสำหรับการบินครั้งถัดไป และเพิ่มความถี่ในการปล่อยยานได้อย่างมีนัยสำคัญ

ทั้งนี้ Starship ได้รับการออกแบบให้สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ทั้งระบบ (Fully Reusable) ซึ่งแตกต่างจากจรวด Falcon 9 และ Falcon Heavy ของ SpaceX ที่แม้จะสามารถนำจรวดท่อนแรกกลับมาใช้ใหม่ได้ แต่จรวดท่อนบน (Upper Stage) ยังคงเป็นแบบใช้แล้วทิ้ง (Expendable)

SpaceX กำลังต่อยอดความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ของโครงการ Starship หลังจากจรวดขนาดยักษ์ดังกล่าวสามารถเข้าสู่วงโคจรได้เป็นครั้งแรกในการบินทดสอบ Flight 14 เมื่อวันที่ 28 กันยายนที่ผ่านมา นอกจากนี้ ในภารกิจดังกล่าว ยาน Starship ส่วนบน (Ship) ยังประสบความสำเร็จในการปล่อยดาวเทียม Starlink V3 รุ่นใหม่ จำนวน 26 ดวง ของ SpaceX เพื่อเริ่มต้นการสร้างเครือข่ายดาวเทียมอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงรุ่นใหม่ โดย Elon Musk ระบุว่า ในอนาคตเครือข่ายดังกล่าวอาจประกอบด้วยดาวเทียมมากถึง 100,000 ดวง

ด้วยเหตุนี้ ภารกิจปล่อยดาวเทียม Starlink V3 จึงคาดว่าจะมีสัดส่วนสำคัญในการปล่อยยาน Starship ในอนาคตอันใกล้ อย่างไรก็ตาม SpaceX ยังมีแผนใช้จรวดขนาดยักษ์ดังกล่าวในการสร้างเครือข่ายดาวเทียมขนาดใหญ่ยิ่งขึ้นในวงโคจรรอบโลก ภายใต้โครงการ Starmind ซึ่งเป็นเครือข่ายดาวเทียมสำหรับศูนย์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์ (AI Data Center Satellites) โดยมีแนวคิดที่จะติดตั้งดาวเทียมในระบบดังกล่าวมากถึง 1 ล้านดวง

เรียบเรียง : ทีมงาน Thai Aerospace
วันศุกร์ ที่ 30 ตุลาคม 2569

ที่มาของข่าวและภาพ
https://www.space.com/space-exploration/launches-spacecraft/spacex-fires-up-starship-upper-stage-ahead-of-landmark-flight-15-test-launch-video


ขอขอบคุณมา ณ ที่นี้

Previous articleSpaceX ทดสอบจุดเครื่องยนต์ Super Heavy ทั้ง 33 เครื่อง เตรียมปล่อย Starship เที่ยวบินที่ 15

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here