ยาน Blue Moon MK1 กำลังเข้าใกล้ความพร้อมสำหรับการปล่อยภารกิจมากขึ้นเรื่อย ๆ

Blue Origin ยังคงนำยานลงจอดดวงจันทร์ลำแรกของบริษัทเข้ารับการทดสอบอย่างต่อเนื่อง โดยทดสอบยานตามศูนย์ต่าง ๆ ของ NASA ทั่วสหรัฐฯ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับภารกิจสู่ดวงจันทร์ที่กำลังจะมาถึง
ยานลำดังกล่าวมีชื่อว่า “Endurance” ซึ่งเป็นยานทดสอบไร้นักบินรุ่น Blue Moon MK1 ของ Blue Origin โดยถูกออกแบบมาเพื่อปูทางไปสู่รุ่น MK2 ที่มีความก้าวหน้ามากกว่า และจะสามารถพานักบินอวกาศลงสู่พื้นผิวดวงจันทร์ได้ Blue Moon เป็นหนึ่งในยานลงจอดดวงจันทร์เอกชน 2 แบบ จาก Blue Origin และ SpaceX ที่ NASA ทำสัญญาให้สนับสนุนโครงการ Artemis และยานทั้งสองแบบยังมีรายการการทดสอบและการรับรองอีกจำนวนมากที่ต้องดำเนินการให้ผ่าน เพื่อให้ทันตามกรอบเวลาของหน่วยงาน
ปัจจุบัน NASA ตั้งเป้าปล่อยภารกิจ Artemis 3 ในช่วงปลายปี 2027 ซึ่งจะส่งนักบินอวกาศ 4 คนขึ้นสู่วงโคจรโลกด้วยยานแคปซูล Orion โดยภารกิจนี้จะทำการฝึกซ้อมการนัดพบและการเชื่อมต่อในอวกาศกับยาน Blue Moon หรือ Starship ของ SpaceX หรืออาจทั้งสองแบบ NASA ระบุว่าพร้อมเลือกใช้งานยานลงจอดลำใดก็ตามที่มีความพร้อมทันเวลาสำหรับการปล่อยภารกิจ
เมื่อไม่นานมานี้ Endurance ได้เสร็จสิ้นการทดสอบภายในห้องสุญญากาศที่ศูนย์อวกาศ Johnson ของ NASA ในเมืองฮิวสตัน และถูกขนส่งไปยังโรงงานของ Blue Origin ใกล้กับศูนย์อวกาศ Kennedy (KSC) ในรัฐฟลอริดาเมื่อเดือนที่ผ่านมา ขณะนี้ ยานลงจอดลำดังกล่าวกำลังถูกเตรียมพร้อมสำหรับการทดสอบความเข้ากันได้ของคลื่นความถี่วิทยุภายในโรงงาน Lunar Plant 1 ของบริษัท เพื่อให้มั่นใจว่าระบบสื่อสารของยานจะไม่เกิดการรบกวนใด ๆ ก่อนการบินจริง
NASA ตั้งเป้าปี 2028 สำหรับการลงจอดบนดวงจันทร์ครั้งแรกของโครงการ Artemis ในภารกิจ Artemis 4 อย่างไรก็ตาม ก่อนที่ NASA จะรับรองให้ Starship หรือ Blue Moon สามารถพานักบินอวกาศลงสู่พื้นผิวดวงจันทร์ได้ ยานทั้งสองแบบจะต้องผ่านการทดสอบและการรับรองหลายขั้นตอน รวมถึงการลงจอดบนดวงจันทร์แบบไร้นักบิน ซึ่ง Blue Origin หวังว่าจะสามารถทำได้ภายในปีนี้ด้วยยาน Endurance เพื่อให้การลงจอดประสบความสำเร็จ ยานยังจำเป็นต้องแสดงความสามารถด้านการนำทางอัตโนมัติ การถ่ายโอนและเก็บรักษาเชื้อเพลิงอุณหภูมิต่ำเป็นเวลานาน รวมถึงพิสูจน์ความสามารถในการปล่อยตัวกลับเข้าสู่วงโคจรรอบดวงจันทร์อีกครั้ง
ส่วนหนึ่งของภารกิจลงจอดของ Endurance จะบรรทุก payload สาธิตทางวิทยาศาสตร์จำนวน 2 ชุดสำหรับโครงการ Commercial Lunar Payload Services (CLPS) ของ NASA ซึ่งเป็นโครงการคู่ขนานกับ Artemis ที่ร่วมมือกับภาคเอกชนในการส่ง payload ไปยังดวงจันทร์ เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีที่จำเป็นต่อการสนับสนุนภารกิจตั้งถิ่นฐานระยะยาวของมนุษย์บนดวงจันทร์ในอนาคต
การที่ Endurance จะสามารถเดินทางสู่อวกาศได้ก่อนสิ้นปี 2026 หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับผลการทดสอบในขั้นตอนต่อไป และขึ้นอยู่กับว่า Blue Origin จะพบปัญหาหรือความผิดปกติระหว่างทางหรือไม่ นอกจากนี้ นอกเหนือจากการทดสอบก่อนปล่อยที่ยาน MK1 ยังต้องดำเนินการต่อไปแล้ว จรวด New Glenn ของ Blue Origin ซึ่งเป็นจรวดที่วางแผนใช้ปล่อยยานลงจอดลำนี้ ปัจจุบันยังถูกสั่งระงับการบินชั่วคราว ระหว่างรอการสอบสวนของ FAA เกี่ยวกับความล้มเหลวของขั้นจรวดที่สองในการปฏิบัติภารกิจล่าสุด
Starship อาจดูมีความได้เปรียบมากกว่าในด้านกรอบเวลาการพัฒนา เนื่องจากได้ทำการทดสอบบินสู่อวกาศไปแล้ว 11 ครั้ง และคาดว่าจะมีเที่ยวบินทดสอบครั้งที่ 12 ภายในอีกประมาณหนึ่งสัปดาห์ อย่างไรก็ตาม ยานของ SpaceX ยังไม่เคยบินครบรอบวงโคจรรอบโลกแบบสมบูรณ์ และยังคงต้องผ่านรายการการทดสอบต่าง ๆ เช่นเดียวกับ Blue Moon
ขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่า NASA จะกำหนดให้การพัฒนายานลงจอดทั้งสองแบบต้องมีความคืบหน้าไปถึงระดับใด จึงจะได้รับการรับรองให้เข้าร่วมภารกิจ Artemis 3 ตัวอย่างเช่น NASA ยังไม่ได้ประกาศว่า นักบินอวกาศจะเข้าไปในยานลงจอดขณะอยู่ในวงโคจรรอบโลกหรือไม่ หรือยาน Orion จะทำการเชื่อมต่อ (dock) กับยานลงจอดโดยตรงหรือไม่ หรือจะเพียงทำการบินปฏิบัติการระยะใกล้รอบยานเท่านั้น
เรียบเรียง : ทีมงาน Thai Aerospace
วันพฤหัสบดี ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ.2569
ที่มาของข่าวและภาพ
https://www.space.com/space-exploration/artemis/blue-origin-tests-1st-moon-lander-ahead-of-lunar-launch-later-this-year-photo
ขอขอบคุณมา ณ ที่นี้








