มีหลายเหตุผลที่ทำให้การทดสอบบินของจรวด Starship ขนาดยักษ์ของ SpaceX ในวันอังคารที่ 19 พฤษภาคม 2026 กลายเป็นภารกิจที่น่าจับตามอง
ประการแรก นี่จะเป็นการปล่อย Starship — จรวดที่ใหญ่และทรงพลังที่สุดเท่าที่เคยสร้างมา — ครั้งแรกในรอบเกือบ 7 เดือน และแม้ว่าภารกิจนี้จะเป็นเที่ยวบินลำดับที่ 12 ของ Starship แต่ก็ถือเป็นการเปิดตัวครั้งแรกของ Starship V3 รุ่นใหม่ที่ได้รับการพัฒนาเพิ่มเติม พร้อมการปรับปรุงและอัปเกรดสำคัญหลายจุดเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า (ซึ่งเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้การปล่อยต้องเว้นช่วงนาน)
ท้ายที่สุด แม้ Starship จะยังใช้เส้นทางการบินแบบกึ่งวงโคจร (suborbital) ที่คุ้นเคยใน Flight 12 แต่ระหว่างปฏิบัติภารกิจครั้งนี้ จรวดจะทำสิ่งใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน นั่นคือ “ใช้เวลาตรวจสอบและสังเกตตัวเองอย่างละเอียด” ระหว่างการบิน
แผนภารกิจ Flight 12 ระบุว่า ยานส่วนบนของ Starship หรือที่เรียกว่า Ship จะปล่อยดาวเทียมจำลองของเครือข่ายอินเทอร์เน็ต Starlink จำนวน 22 ดวง โดย SpaceX ระบุในรายละเอียดภารกิจว่า ดาวเทียมเหล่านี้จะมี “ขนาดใกล้เคียงกับดาวเทียม Starlink รุ่นถัดไป”
นี่ถือเป็นรายละเอียดสำคัญ เพราะ SpaceX เคยระบุว่าหนึ่งในภารกิจหลักของ Starship เมื่อพร้อมใช้งานจริง คือการช่วยสร้างและขยายเครือข่ายดาวเทียม Starlink ขนาดใหญ่ให้สมบูรณ์ (ภารกิจสำคัญอื่น ๆ ได้แก่ การส่งนักบินอวกาศไปยังพื้นผิวดวงจันทร์ในโครงการ Artemis ของ NASA และช่วยสนับสนุนการสร้างอาณานิคมบนดาวอังคาร)
จำนวนดังกล่าวถือว่าเพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับเที่ยวบิน Starlink ก่อนหน้านี้ ซึ่งยาน Ship เคยบรรทุกอุปกรณ์จำลองน้ำหนักเพียง 8 หรือ 10 ชิ้นเท่านั้น และยังมีความแตกต่างสำคัญอีกประการหนึ่ง นั่นคือชุดดาวเทียมจำลองของ Flight 12 จะมียานตรวจสอบ (inspector spacecraft) รวมอยู่ 2 ลำ
“ดาวเทียมสองดวงสุดท้ายที่ถูกปล่อยจะทำหน้าที่สแกนแผ่นป้องกันความร้อนของ Starship และส่งภาพกลับมายังทีมควบคุม เพื่อทดสอบวิธีการวิเคราะห์ความพร้อมของระบบป้องกันความร้อนสำหรับการกลับสู่ฐานปล่อยในภารกิจอนาคต” SpaceX ระบุไว้ในรายละเอียดภารกิจ
“แผ่นป้องกันความร้อนบางส่วนบน Starship ถูกทาสีขาว เพื่อจำลองสถานการณ์แผ่นป้องกันที่สูญหาย และใช้เป็นเป้าหมายสำหรับการทดสอบระบบถ่ายภาพ” SpaceX กล่าวเพิ่มเติม
การให้ความสำคัญกับระบบแผ่นป้องกันความร้อน (heat shield) ครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจนัก เพราะการปกป้องยานอวกาศที่กำลังเดินทางกลับจากชั้นบรรยากาศโลกให้รอดพ้นจากความร้อนมหาศาลและสภาพแวดล้อมอันรุนแรงระหว่างการกลับเข้าสู่โลก ถือเป็นภารกิจที่ท้าทาย ดังที่เราได้เห็นจากการถกเถียงเกี่ยวกับแผ่นป้องกันความร้อนของยาน Orion ก่อนภารกิจ Artemis 2 ของ NASA
และการปกป้อง Starship นั้นยากยิ่งกว่า เนื่องจากยานถูกออกแบบให้สามารถนำกลับมาใช้งานใหม่ได้อย่างสมบูรณ์และรวดเร็ว แผ่นป้องกันความร้อนของแคปซูล Orion ถูกออกแบบให้ใช้งานเพียงครั้งเดียว แต่ยาน Ship ของ Starship มีเป้าหมายที่จะสามารถปล่อยตัวและกลับสู่โลกได้หลายครั้งต่อวัน หากทุกอย่างเป็นไปตามแผน
Elon Musk ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ SpaceX เคยระบุว่า แผ่นป้องกันความร้อนของ Ship ซึ่งประกอบด้วยแผ่นหกเหลี่ยมประมาณ 40,000 ชิ้น ถือเป็นอุปสรรคสำคัญที่สุดที่ Starship กำลังเผชิญอยู่ในเวลานี้

“ปัญหาใหญ่ที่สุดที่ยังเหลืออยู่ของ Starship คืออะไร? นั่นคือการทำให้แผ่นป้องกันความร้อนสามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้” Elon Musk กล่าวเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ในรายการ Dwarkesh Podcast
“ยังไม่เคยมีใครสร้างแผ่นป้องกันความร้อนสำหรับยานอวกาศที่กลับมาใช้งานซ้ำได้ในระดับวงโคจรสำเร็จมาก่อน” เขากล่าวเพิ่มเติม “ดังนั้นแผ่นป้องกันความร้อนจะต้องสามารถผ่านช่วงการปล่อยตัวขึ้นสู่อวกาศโดยไม่สูญเสียแผ่นจำนวนมาก และเมื่อกลับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลก ก็ต้องไม่เกิดการหลุดหายของแผ่นจำนวนมาก หรือทำให้โครงสร้างหลักของยานร้อนเกินไป”
แผ่นป้องกันความร้อนของ Ship เคยทำหน้าที่ของมันได้สำเร็จมาแล้ว โดยยานสามารถรอดจากการเดินทางกลับสู่โลกและลงจอดในมหาสมุทรอย่างปลอดภัยจากหลายเที่ยวบินทดสอบที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม Elon Musk มองว่ายังจำเป็นต้องมีการพัฒนาเพิ่มเติม หาก SpaceX ต้องการให้ Starship ไปถึงเป้าหมายที่วางไว้
จากเที่ยวบินก่อนหน้า ยาน Ship สูญเสียแผ่นป้องกันความร้อนไปจำนวนมาก “ทำให้ยานยังไม่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการซ่อมบำรุงจำนวนมาก” มหาเศรษฐีผู้มั่งคั่งที่สุดในโลกกล่าวในรายการพอดแคสต์ “หากคุณต้องการให้มันสามารถลงจอด เติมเชื้อเพลิง และบินขึ้นอีกครั้งได้ทันที คุณไม่สามารถใช้วิธีตรวจสอบแผ่นป้องกันความร้อนทั้ง 40,000 ชิ้นแบบละเอียดทุกครั้งได้”
หากทุกอย่างเป็นไปตามแผนในวันอังคาร บูสเตอร์ท่อนแรกของ Starship หรือ Super Heavy จะควบคุมตัวเองเพื่อลงจอดแบบควบคุมทิศทางในอ่าวเม็กซิโก ภายในเวลาประมาณ 7 นาทีหลังปล่อยตัว (โดยจะไม่มีการใช้แขน “ตะเกียบ” ของหอปล่อยเพื่อรับตัวบูสเตอร์เหมือนหลายภารกิจก่อนหน้า)
ขณะที่ยาน Ship จะลงจอดในมหาสมุทรอินเดียประมาณ 65 นาทีหลังปล่อยตัว เช่นเดียวกับหลายเที่ยวบินที่ผ่านมา แต่ครั้งนี้เราอาจได้เห็นภาพใหม่ของแผ่นป้องกันความร้อนระหว่างอยู่ในอวกาศ ซึ่งจะช่วยให้เห็นสัญญาณล่วงหน้าแบบเรียลไทม์ว่า การกลับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศอันหนักหน่วงจะเป็นอย่างไรบ้าง
เรียบเรียง : ทีมงาน Thai Aerospace
วันจันทร์ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ.2569
ขอขอบคุณมา ณ ที่นี้








