ภารกิจในปี 2027 จะใช้ทดสอบปฏิบัติการเชื่อมต่อยาน (docking) ระหว่างแคปซูล Orion กับยานลงจอดบนดวงจันทร์ของภาคเอกชนจำนวนหนึ่งหรือสองลำ

เราเพิ่งได้รับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับภารกิจ Artemis ครั้งถัดไป NASA เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเมื่อวันพุธที่ 13 พฤษภาคม 2026 เกี่ยวกับภารกิจ Artemis 3 ซึ่งเป็นภารกิจพร้อมมนุษย์ที่จะใช้ทดสอบการนัดพบ (rendezvous) และการเชื่อมต่อยาน (docking) กับยานลงจอดบนดวงจันทร์อย่างน้อยหนึ่งลำหรือมากกว่า ในวงโคจรใกล้โลก

“แม้ว่านี่จะเป็นภารกิจในวงโคจรรอบโลก แต่ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะนำไปสู่ความสำเร็จในการลงจอดบนดวงจันทร์ของภารกิจ Artemis 4” Jeremy Parsons รักษาการผู้ช่วยรองผู้บริหารโครงการ Moon to Mars แห่งฝ่ายพัฒนาระบบสำรวจของ NASA ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. กล่าวในแถลงการณ์เมื่อวันพุธ

“Artemis 3 เป็นหนึ่งในภารกิจที่มีความซับซ้อนมากที่สุดเท่าที่ NASA เคยดำเนินการ”

ก่อนหน้านี้เราได้ทราบภาพรวมของภารกิจ Artemis 3 กันแล้ว โดยภารกิจนี้จะใช้จรวด Space Launch System (SLS) ของ NASA ส่งนักบินอวกาศจำนวน 4 คนขึ้นสู่วงโคจรด้วยยาน Orion จากนั้น Orion จะทำการนัดพบและเชื่อมต่อกับยานลงจอดบนดวงจันทร์ที่พัฒนาโดยภาคเอกชนหนึ่งลำหรือทั้งสองลำในโครงการ Artemis ได้แก่ Starship ของ SpaceX และ Blue Moon ของ Blue Origin

โครงสร้างภารกิจรูปแบบใหม่นี้ถูกประกาศเมื่อช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จากแผนเดิมของ Artemis 3 ที่ตั้งใจจะใช้ยานลงจอดหนึ่งลำเพื่อนำนักบินอวกาศลงจอดใกล้บริเวณขั้วใต้ของดวงจันทร์

NASA ยังคงอยู่ระหว่างการกำหนดรายละเอียดต่าง ๆ ของภารกิจ Artemis 3 แต่จากการประกาศเมื่อวันพุธ แสดงให้เห็นว่าหน่วยงานมีความคืบหน้าไปแล้วบางส่วน ตัวอย่างเช่น NASA เปิดเผยว่านักบินอวกาศจะใช้เวลาอยู่บนยาน Orion ในภารกิจ Artemis 3 นานกว่าที่เคยทำใน Artemis 2 เพื่อ “เดินหน้าประเมินระบบช่วยชีวิตให้ก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น”

ภารกิจ Artemis 2 ซึ่งส่งนักบินอวกาศ 4 คนออกเดินทางรอบดวงจันทร์ครั้งประวัติศาสตร์ มีระยะเวลาประมาณ 10 วัน โดยปล่อยตัวเมื่อวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา และลงจอดกลับสู่โลกเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2026 อย่างไรก็ตาม แถลงการณ์เมื่อวันพุธไม่ได้ระบุว่าภารกิจ Artemis 3 จะใช้เวลานานเท่าใด

NASA ยังเปิดเผยเพิ่มเติมเมื่อวันพุธว่า จรวด Space Launch System (SLS) ที่จะใช้ในภารกิจ Artemis 3 จะใช้อุปกรณ์จำลองที่เรียกว่า “spacer” แทนการติดตั้งจรวดท่อนบน (upper stage) แบบใช้งานจริง

“Spacer ดังกล่าวจะคงขนาดโดยรวมและจุดเชื่อมต่อให้เหมือนกับจรวดท่อนบนจริง ระหว่าง Orion Stage Adapter และ Launch Vehicle Stage Adapter” เจ้าหน้าที่ NASA ระบุในแถลงการณ์ พร้อมเสริมว่าขณะนี้งานออกแบบและการผลิต spacer กำลังดำเนินการอยู่ที่ Marshall Space Flight Center ในรัฐแอละแบมา

การพัฒนารูปแบบนี้ถือเป็นแนวทางที่ช่วยประหยัดต้นทุนได้ในระดับหนึ่ง เนื่องจากจรวดท่อนบนของ SLS ซึ่งมีชื่อว่า Interim Cryogenic Propulsion Stage (ICPS) มีหน้าที่ผลักดันยาน Orion ออกจากวงโคจรโลกเพื่อมุ่งหน้าสู่ดวงจันทร์ แต่ภารกิจ Artemis 3 จะไม่ได้เดินทางไปดวงจันทร์

“หลังจากจรวดนำส่งยาน Orion เข้าสู่วงโคจรแล้ว โมดูลบริการ (Service Module) ที่สร้างโดยยุโรปจะทำหน้าที่ขับเคลื่อนเพื่อปรับวงโคจรของ Orion ให้เป็นวงโคจรต่ำรอบโลก” เจ้าหน้าที่ NASA ระบุ “วงโคจรลักษณะนี้จะช่วยเพิ่มโอกาสความสำเร็จของภารกิจโดยรวม เนื่องจากเปิดโอกาสให้แต่ละองค์ประกอบของภารกิจมีช่วงเวลาปล่อยที่ยืดหยุ่นมากขึ้น เมื่อเทียบกับภารกิจไปดวงจันทร์ ไม่ว่าจะเป็น SLS ที่บรรทุก Orion และลูกเรือ, ยานต้นแบบ Starship Human Landing System ของ SpaceX และยานต้นแบบ Blue Moon Mark 2 Human Landing System ของ Blue Origin”

นอกจากนี้ยังมีข้อมูลใหม่อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจ ก่อนหน้านี้หลายฝ่ายคาดว่า Artemis 3 จะมุ่งหน้าไปสู่วงโคจรต่ำของโลก (Low Earth Orbit) แทนเส้นทางวงโคจรที่ไกลกว่านั้น แต่ NASA ยังไม่เคยยืนยันเรื่องนี้อย่างเป็นทางการ จนกระทั่งการประกาศครั้งล่าสุดนี้

The Artemis 3 Orion service module is pictured ahead of acoustic testing in NASA’s Kennedy Space Center Operations and Checkout Facility on May 7, 2026. (Image credit: NASA/Jess Ruffa)

แถลงการณ์เมื่อวันพุธยังระบุเพิ่มเติมว่า ภารกิจ Artemis 3 จะใช้แผ่นกันความร้อน (heat shield) รุ่นใหม่ที่ได้รับการปรับปรุงสำหรับยาน Orion ซึ่งเป็นข้อมูลที่เคยเปิดเผยมาก่อนแล้ว และยังระบุอีกว่านักบินอวกาศของภารกิจ “อาจมีโอกาสได้เข้าไปทดสอบยานลงจอดต้นแบบอย่างน้อยหนึ่งลำ”

อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันว่ายานลงจอดลำใดจะถูกใช้ในภารกิจ ไม่ว่าจะเป็น Starship ของ SpaceX หรือ Blue Moon ของ Blue Origin หรืออาจเป็นทั้งสองลำ นอกจากนี้ยังมีรายละเอียดอีกหลายส่วนที่ต้องกำหนดเพิ่มเติม เช่น ระยะเวลาของภารกิจ Artemis 3 รายชื่อนักบินอวกาศที่จะเข้าร่วม การทดลองทางวิทยาศาสตร์ที่จะดำเนินการ รวมถึงรูปแบบการทดสอบชุดอวกาศ Artemis รุ่นใหม่ ซึ่งกำลังถูกพัฒนาโดยบริษัท Axiom Space ในเมืองฮิวสตัน

“NASA ได้ขอความคิดเห็นจากภาคอุตสาหกรรมเกี่ยวกับแนวทางที่เป็นไปได้ในการปรับปรุงระบบสื่อสารกับภาคพื้นดินระหว่างภารกิจ เนื่องจากจะไม่มีการใช้เครือข่าย Deep Space Network” เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานระบุเพิ่มเติมในแถลงการณ์เมื่อวันพุธ

“หน่วยงานยังเปิดรับความสนใจจากทั้งภายในและต่างประเทศ สำหรับโอกาสในการส่งดาวเทียมขนาดเล็กแบบ CubeSat ขึ้นสู่วงโคจรรอบโลก และอาจมีการเปิดเผยโอกาสเพิ่มเติมเมื่อรูปแบบการดำเนินภารกิจมีความชัดเจนมากขึ้น” พวกเขากล่าวเสริม

เรียบเรียง : ทีมงาน Thai Aerospace
วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ.2569

ที่มาของข่าวและภาพ
https://www.space.com/space-exploration/artemis/nasa-reveals-new-details-about-artemis-3-astronaut-mission


ขอขอบคุณมา ณ ที่นี้

Previous articleSpaceX เริ่มเติมเชื้อเพลิงให้จรวด Starship V3 เป็นครั้งแรก ก่อนการทดสอบบินครั้งสำคัญ

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here