SpaceX มีกำหนดปล่อยดาวเทียมขนาดยักษ์สำหรับบริการสื่อสารแบบ Direct-to-Cell จำนวน 3 ดวง ในช่วงเช้ามืดของวันพุธที่ 17 มิถุนายน 2026 และผู้ที่สนใจสามารถรับชมการถ่ายทอดสดภารกิจดังกล่าวได้แบบเรียลไทม์

จรวด Falcon 9 ที่บรรทุกดาวเทียม BlueBird ของ AST SpaceMobile จำนวน 3 ดวง มีกำหนดทะยานขึ้นจาก Cape Canaveral Space Force Station ในรัฐฟลอริดา โดยอยู่ในช่วงเวลาปล่อยจรวด (Launch Window) ความยาว 96 นาที ซึ่งจะเปิดขึ้นในเวลา 02:39 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ (06:39 GMT) ของวันพุธ

AST SpaceMobile กำลังพัฒนาเครือข่ายดาวเทียมในวงโคจรต่ำของโลก (LEO) เพื่อให้บริการสื่อสารและอินเทอร์เน็ตส่งตรงถึงโทรศัพท์มือถือโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์รับสัญญาณเพิ่มเติม จนถึงปัจจุบัน บริษัทได้ส่งดาวเทียมขึ้นสู่อวกาศแล้วทั้งหมด 7 ดวง โดยภารกิจล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 19 เมษายนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการปล่อยดาวเทียม BlueBird 7 ขึ้นสู่อวกาศด้วยจรวด New Glenn ของ Blue Origin ในเที่ยวบินที่ 3 ของจรวดรุ่นดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม ภารกิจดังกล่าวไม่ได้เป็นไปตามแผน เมื่อจรวด New Glenn ประสบความขัดข้องระหว่างปฏิบัติภารกิจ ส่งผลให้ดาวเทียม BlueBird 7 ถูกปล่อยเข้าสู่วงโคจรที่ไม่ถูกต้อง และท้ายที่สุดดาวเทียมดวงดังกล่าวก็สูญหายไป ซึ่งดาวเทียม BlueBird 7 ถือเป็นดาวเทียมรุ่นใหม่ (Next-Generation) ดวงที่ 2 ของ AST SpaceMobile ที่ถูกส่งขึ้นสู่อวกาศ ต่อจาก BlueBird 6 ซึ่งสามารถเข้าสู่วงโคจรต่ำของโลก (LEO) ได้สำเร็จด้วยจรวด LVM3 ของอินเดีย เมื่อเดือนธันวาคม 2025

ดาวเทียมรุ่นใหม่ของ AST SpaceMobile ได้รับการติดตั้งแผงเสาอากาศที่มีพื้นที่กางออกได้เกือบ 2,400 ตารางฟุต (223 ตารางเมตร) ซึ่งถือว่าใหญ่กว่าระบบสื่อสารเชิงพาณิชย์ใด ๆ ที่เคยถูกนำไปติดตั้งในอวกาศ แม้แต่ดาวเทียม BlueBird รุ่นแรกก็ยังถือว่ามีขนาดใหญ่ไม่น้อย โดยมีพื้นที่แผงเสาอากาศประมาณ 693 ตารางฟุต (64.4 ตารางเมตร) แต่ก็ยังเล็กกว่าดาวเทียมรุ่นใหม่อย่างมาก

การปล่อยจรวดในเช้าวันพุธครั้งนี้จะนำส่งดาวเทียม BlueBird 8, BlueBird 9 และ BlueBird 10 ขึ้นสู่วงโคจร ซึ่งจะทำให้จำนวนดาวเทียม BlueBird รุ่นใหม่ที่ปฏิบัติงานอยู่ในวงโคจรต่ำของโลก (LEO) เพิ่มขึ้นเป็น 4 เท่า

“การปล่อยจรวดครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญ ขณะที่เรายังคงเดินหน้าขยายเครือข่ายบรอดแบนด์มือถือผ่านดาวเทียมของเรา” Scott Wisniewski ประธานของ AST SpaceMobile กล่าวในแถลงการณ์เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2026

“ดาวเทียม BlueBird ทุกดวงที่ถูกส่งขึ้นสู่อวกาศ จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการเชื่อมต่อบรอดแบนด์ผ่านอวกาศโดยตรงสู่สมาร์ตโฟนทั่วไปได้อย่างราบรื่นมากยิ่งขึ้น” เขากล่าวเสริม

AST SpaceMobile’s BlueBird 8, BlueBird 9 and BlueBird 10 satellites are seen stacked, prior to integration on their SpaceX Falcon 9 rocket. The company has blurred out some details of the spacecraft. (Image credit: AST SpaceMobile)

หากทุกอย่างเป็นไปตามแผนในเช้าวันพุธ จรวดขั้นที่สองของ Falcon 9 จะทำการปล่อยดาวเทียม BlueBird 8, BlueBird 9 และ BlueBird 10 ออกจากตัวยานภายในช่วงเวลาประมาณ 10.5 นาที โดยกระบวนการปล่อยดาวเทียมจะเริ่มขึ้นราว 54.5 นาทีหลังจากการปล่อยจรวด

ช่วงเวลาดังกล่าวจะเกิดขึ้นประมาณ 46 นาทีหลังจากที่บูสเตอร์ขั้นแรกของจรวดกลับสู่โลก โดยบูสเตอร์จะลงจอดบนเรือโดรนอัตโนมัติ A Shortfall of Gravitas ของ SpaceX ซึ่งประจำการอยู่ในมหาสมุทรแอตแลนติก ตามข้อมูลภารกิจของ SpaceX การบินครั้งนี้จะนับเป็น การปล่อยและลงจอดครั้งที่ 29 ของบูสเตอร์ลำดังกล่าว

เรียบเรียง : ทีมงาน Thai Aerospace
วันพุธ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ.2569

ที่มาของข่าวและภาพ
https://www.space.com/space-exploration/launches-spacecraft/spacex-falcon-9-bluebird-8-to-10-direct-to-cell-launch

ที่มาของวีดีโอ
https://www.youtube.com/live/zjQieDzQTGo?si=72bWhNph_tcwhLWf


ขอขอบคุณมา ณ ที่นี้

Previous articleAstrobotic เปิดตัวยานลงจอดดวงจันทร์ Griffin-1 สำหรับภารกิจสร้างฐานบนดวงจันทร์ของ NASA
Next articleAriane 6 ลุยภารกิจประวัติศาสตร์ บรรทุกดาวเทียม Amazon หนักที่สุดเท่าที่เคยมีมา

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here