การปล่อยจรวดอาจเกิดขึ้นได้เร็วที่สุดในวันจันทร์ที่ 19 พฤษภาคม 2026 นี้

SpaceX ได้เริ่มเติมเชื้อเพลิงให้กับ Starship รุ่นใหม่ล่าสุดเป็นครั้งแรก เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการทดสอบบินครั้งสำคัญ ซึ่งอาจเกิดขึ้นภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์

บริษัทได้ประกอบยาน Starship Version 3 (V3) เป็นครั้งแรกเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยนำยาน Ship ซึ่งเป็นส่วนบนของจรวด ไปติดตั้งบนบูสเตอร์ Super Heavy ที่ฐาน Starbase ทางตอนใต้ของรัฐเท็กซัส ส่งผลให้กลายเป็นจรวดที่สูงที่สุดในโลกด้วยความสูงประมาณ 408 ฟุต (124.4 เมตร) สูงกว่ารุ่น Starship V2 เดิมราว 4 ฟุต (1.2 เมตร)

ต่อมาในวันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม 2026 SpaceX ประกาศว่า บริษัทได้ดำเนินการทดสอบจำลองขั้นตอนก่อนปล่อยจรวดสำเร็จ โดยหัวใจสำคัญของการทดสอบครั้งนี้คือการเติมเชื้อเพลิงออกซิเจนเหลวและมีเทนเหลวปริมาณมหาศาลเข้าสู่ตัวจรวด

Aerial view of the launch rehearsal. (Image credit: SpaceX)

“การทดสอบจำลองการปล่อยเสร็จสมบูรณ์ ระหว่างการนับถอยหลังเสมือนจริง เราได้เติมเชื้อเพลิงมากกว่า 5,000 เมตริกตัน (มากกว่า 11 ล้านปอนด์) ให้กับ Starship และ Super Heavy V3 ที่ประกอบเต็มลำเป็นครั้งแรก” SpaceX ระบุเมื่อวันจันทร์ผ่านโพสต์บน X พร้อมเผยแพร่ภาพถ่ายจากการทดสอบทั้ง 4 ภาพ

SpaceX กำลังพัฒนา Starship เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์บนดวงจันทร์และดาวอังคาร รวมถึงใช้ในการขยายเครือข่ายอินเทอร์เน็ตดาวเทียม Starlink และรองรับภารกิจอวกาศอื่น ๆ อีกหลากหลายรูปแบบ

จรวดยักษ์ลำนี้เปิดตัวครั้งแรกในเดือนเมษายน 2023 ผ่านเที่ยวบินทดสอบที่จบลงด้วยการระเบิดอย่างรุนแรงเพียงไม่กี่นาทีหลังปล่อยตัว หลังจากนั้น Starship ได้ทำการบินทดสอบแบบกึ่งวงโคจรอีก 10 ครั้ง โดยครั้งล่าสุดเกิดขึ้นในเดือนตุลาคม 2025 และสองเที่ยวบินล่าสุดถือว่าประสบความสำเร็จอย่างสมบูรณ์

Another launch-rehearsal pic, showing where Ship meets Super Heavy. (Image credit: SpaceX)

ภารกิจทั้ง 11 ครั้งที่ผ่านมาใช้ Starship รุ่น V1 หรือ V2 ทั้งหมด โดยเที่ยวบิน Flight 12 ที่กำลังจะมาถึง จะถือเป็นการเปิดตัวครั้งแรกของ Starship V3 ซึ่งเป็นรุ่นแรกที่ถูกออกแบบให้สามารถปฏิบัติภารกิจสำรวจอวกาศห้วงลึกได้

ดังนั้น Flight 12 จึงมีความสำคัญอย่างมากทั้งต่อ SpaceX และ NASA โดย NASA ได้เลือก Starship ให้เป็นหนึ่งในยานลงจอดพร้อมมนุษย์สำหรับโครงการสำรวจดวงจันทร์ Artemis ร่วมกับยาน Blue Moon ของ Blue Origin

ยานลงจอดเอกชนหนึ่งลำหรือทั้งสองลำ อาจถูกส่งขึ้นปฏิบัติภารกิจได้เร็วที่สุดในปีหน้า ภายใต้ภารกิจ Artemis 3 ของ NASA ซึ่งจะเป็นการทดสอบการนัดพบและเชื่อมต่อยานในวงโคจรต่ำของโลก ระหว่างแคปซูล Orion กับ Starship และ/หรือ Blue Moon ตามที่เจ้าหน้าที่ของ NASA เปิดเผย

หากภารกิจ Artemis 3 เป็นไปด้วยดี Artemis 4 จะนำมนุษย์อวกาศลงจอดใกล้บริเวณขั้วใต้ของดวงจันทร์ได้เร็วที่สุดในช่วงปลายปี 2028 อย่างไรก็ตาม ยังไม่ชัดเจนว่ายานเอกชนลำใดจะถูกเลือกสำหรับภารกิจดังกล่าว โดยมีแนวโน้มว่ายานที่พร้อมใช้งานทันเวลาจะได้รับเลือก

A Starship rocket on the launchpad. (Image credit: SpaceX)

SpaceX ยังไม่ได้ประกาศวันปล่อยอย่างเป็นทางการสำหรับภารกิจ Starship Flight 12 แต่เที่ยวบินทดสอบแบบกึ่งวงโคจรดังกล่าวอาจเกิดขึ้นได้เร็วที่สุดในวันจันทร์ที่ 19 พฤษภาคม 2026 นี้ โดยก่อนหน้านี้บริษัทได้ทำการทดสอบจุดระเบิดเครื่องยนต์แบบ “static fire” ทั้งในส่วนของยาน Ship และบูสเตอร์ Super Heavy แล้ว ซึ่งถือเป็นขั้นตอนสำคัญก่อนการทดสอบจำลองปล่อยจรวดเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม Starship ยังต้องผ่านการทดสอบและพิสูจน์ความสามารถอีกหลายด้านก่อนจะพร้อมใช้งานเต็มรูปแบบ ตัวอย่างเช่น ปัจจุบันยานยังไม่มีระบบช่วยชีวิตสำหรับมนุษย์ อีกทั้งยังไม่เคยเข้าสู่วงโคจรจริง หรือแสดงความสามารถในการถ่ายโอนเชื้อเพลิงในอวกาศได้สำเร็จ

หมายเหตุจากบรรณาธิการ: ข่าวนี้ได้รับการอัปเดตเมื่อเวลา 11:20 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ วันที่ 12 พฤษภาคม 2026 เพื่อระบุเป้าหมายการปล่อยใหม่ที่อาจเกิดขึ้นในวันที่ 19 พฤษภาคม 2026

เรียบเรียง : ทีมงาน Thai Aerospace
วันพุธ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ.2569

ที่มาของข่าวและภาพ
https://www.space.com/space-exploration/launches-spacecraft/spacex-fuels-up-starship-v3-megarocket-for-1st-time-ahead-of-crucial-test-flight-photos


ขอขอบคุณมา ณ ที่นี้

Previous articleSpaceX ปล่อยดาวเทียมสอดแนมลับของสหรัฐฯ ขึ้นสู่วงโคจรจากรัฐแคลิฟอร์เนีย
Next articleชมการปล่อยยาน SpaceX ขนส่งสัมภาระกว่า 6,500 ปอนด์สู่สถานีอวกาศนานาชาติในวันที่ 13 พฤษภาคม 2026

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here