ญี่ปุ่นประสบความสำเร็จในการทดสอบบินครั้งแรกของ RV-X ซึ่งเป็นจรวดต้นแบบทดลองแบบนำกลับมาใช้ซ้ำ

การทดสอบดังกล่าว หรืออาจเรียกว่าเป็นการ “กระโดดขึ้นบินระยะสั้น” เนื่องจากใช้เวลาและระยะทางไม่มาก เกิดขึ้นที่ศูนย์ทดสอบ Noshiro ขององค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (JAXA) เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม และใช้เวลาประมาณ 40 วินาที จรวดต้นแบบสูงประมาณ 7.3 เมตร ซึ่งขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์หนึ่งเครื่อง ลอยขึ้นจากพื้นสูงกว่า 10 เมตร เล็กน้อย และเคลื่อนที่ในแนวราบประมาณ 15 เมตร เหนือลานคอนกรีตของศูนย์ทดสอบ ก่อนลงจอดอย่างนุ่มนวลที่อีกด้านหนึ่งของจุดปล่อย

เที่ยวบินทดสอบระยะสั้นครั้งนี้ดำเนินไปตามแผนทุกประการ และช่วยให้ JAXA กับพันธมิตรเข้าใกล้เป้าหมายการพัฒนาเทคโนโลยีจรวดใช้ซ้ำมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันมีจรวดระดับวงโคจรเพียงไม่กี่รุ่นเท่านั้นที่ทำได้สำเร็จ ได้แก่ Falcon 9, Falcon Heavy และ Starship ของ SpaceX, New Glenn ของ Blue Origin และล่าสุดคือ Long March 10B ของจีน

จรวดต้นแบบ RV-X ของ JAXA ได้รับการพัฒนาและดำเนินโครงการร่วมกับบริษัท Mitsubishi Heavy Industries ของญี่ปุ่น โดยทำหน้าที่เป็นต้นแบบสำหรับโครงการทดลองจรวดใช้ซ้ำแบบขั้นเดียว (Single-Stage Reusable Rocket) ที่มีชื่อว่า CALLISTO

โครงการ CALLISTO เป็นความร่วมมือระหว่าง JAXA, องค์การอวกาศฝรั่งเศส CNES และศูนย์วิจัยการบินและอวกาศเยอรมนี DLR เพื่อออกแบบและพัฒนาจรวดแบบขั้นเดียวที่สามารถ ปล่อยขึ้นในแนวดิ่ง ลงจอดในแนวดิ่ง ซ่อมบำรุง และนำกลับมาใช้งานซ้ำได้ ทั้งนี้ CALLISTO จะเป็นจรวดต้นแบบอีกขั้นหนึ่ง ที่จะปูทางให้ JAXA ก้าวเข้าสู่ตลาดบริการปล่อยจรวดแบบใช้ซ้ำ ซึ่งช่วยลดต้นทุนการส่งยานและดาวเทียมขึ้นสู่อวกาศในอนาคต

ปัจจุบัน H3 ซึ่งเป็นจรวดที่มีความก้าวหน้าที่สุดของญี่ปุ่น เริ่มประจำการตั้งแต่ปี 2023 แต่ไม่ได้ถูกออกแบบให้สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ แม้ว่า H3 จะมีประสิทธิภาพสูงกว่าและมีต้นทุนการปล่อยต่ำกว่าจรวดรุ่นก่อนอย่าง H-2A ซึ่งปลดประจำการไปเมื่อปีที่ผ่านมา แต่จากการปล่อยทั้งหมด 8 ภารกิจ มี 2 ภารกิจที่ยังไม่ประสบความสำเร็จอย่างสมบูรณ์ นอกจากนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับจรวดแบบใช้ซ้ำรุ่นใหม่ของประเทศอื่น ๆ H3 ยังมีข้อจำกัดด้านความคุ้มค่าต้นทุน ทำให้ JAXA กำลังเร่งพัฒนาจรวดรุ่นใหม่ที่จะเข้ามาเป็นผู้สืบทอด H3 ในอนาคต

“การพัฒนาจรวดที่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ จำเป็นต้องคำนึงถึงความเป็นไปได้ในการปฏิบัติงานจริง โดย JAXA ได้ใช้ยานทดลองจริงในการตรวจสอบกระบวนการซ่อมบำรุง การปฏิบัติงาน การเคลื่อนย้ายตัวยาน และการเตรียมแท่นปล่อยซ้ำหลายครั้งก่อนการทดสอบบิน กระบวนการดังกล่าวช่วยให้สามารถกำหนดขั้นตอนการปฏิบัติงานที่เป็นระบบ ซึ่งจะสนับสนุนการนำจรวดในอนาคตกลับมาใช้งานซ้ำได้อย่างต่อเนื่อง”

กระบวนการดังกล่าวช่วยให้สามารถกำหนดขั้นตอนการปฏิบัติงานที่เป็นระบบ ซึ่งจะสนับสนุนการนำจรวดในอนาคตกลับมาใช้งานซ้ำได้อย่างต่อเนื่อง”

การทดสอบครั้งนี้ รวมถึงตัวจรวดต้นแบบ RV-X มีลักษณะคล้ายกับต้นแบบจรวดของ SpaceX ในช่วงเริ่มต้นการพัฒนา Starship ในปี 2019 ต้นแบบ Starhopper ของ Starship เคยถูกเปรียบเทียบว่ามีรูปร่างคล้าย หอเก็บน้ำ (Water Tower) ระหว่างการทดสอบบินแบบ “Hop Test” ครั้งแรก ในการทดสอบครั้งนั้น Starhopper ซึ่งเป็นจรวดเหล็กทรงเตี้ยติดตั้งขาลงจอด 3 ขา ได้ทะยานขึ้นจากฐาน Starbase ของ SpaceX ในรัฐเท็กซัสตอนใต้ เป็นระยะทางประมาณ 20 เมตร ก่อนลงจอดกลับสู่พื้นในตำแหน่งเดิมได้สำเร็จ

ความสำเร็จของ Starhopper ได้ปูทางให้ SpaceX เดินหน้าทดสอบการบินที่สูงขึ้นและใช้เวลานานขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาการออกแบบของ Starship ในช่วงเริ่มต้น ซึ่ง JAXA ก็มีแผนดำเนินการในลักษณะเดียวกันกับ RV-X หลังจาก RV-X ทดสอบบินครั้งแรกด้วยการทะยานขึ้นสูงประมาณ 10 เมตร ได้สำเร็จ องค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่นก็เตรียมยกระดับการทดสอบในขั้นต่อไป การทดสอบครั้งถัดไปคาดว่า RV-X จะบินขึ้นสู่ความสูงประมาณ 100 เมตร พร้อมทดสอบการเคลื่อนที่ในแนวราบ (Lateral Crossover) และการลอยตัวค้าง (Hover) ก่อนลงจอดอย่างควบคุมได้ตามแผน

เรียบเรียง : ทีมงาน Thai Aerospace
วันจันทร์ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ.2569

ที่มาของข่าวและภาพ
https://www.space.com/space-exploration/launches-spacecraft/another-reusable-rocket-coming-japan-launches-lands-rv-x-prototype-video


ขอขอบคุณมา ณ ที่นี้

Previous articleSpaceX ยกเลิกการปล่อยทดสอบ Starship Flight 13 ในวินาทีสุดท้าย
Next articleSpaceX ตั้งเป้าปล่อยทดสอบ Starship Flight 13 อีกครั้ง ในวันที่ 23 กรกฎาคม หลังยกเลิกการปล่อยครั้งก่อน

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here